Stablecoin หรือ USDT คืออะไร

Stablecoin หรือ USDT เป็นยังไง ทำความรู้จักกับเหรียญสกุลเงิน Fiat ของโลกดิจิทัล

สำหรับคนใดกันแน่ที่เข้ามาในโลกของ Cryptocurrency คงจะเคยรับรู้เกี่ยวกับแผนการ Libra ซึ่งเป็นความบากบั่นสำหรับในการสร้างสกุลเงินดิจิทัลของ Facebook หรือแม้กระทั้งการความอุตสาหะสำหรับเพื่อการสร้าง CBDC ของรัฐบาลต่างๆ

ซึ่งผู้คนจำนวนมากบางทีอาจจะคิดว่าแนวความคิดสำหรับเพื่อการสร้างสกุลเงินดิจิทัลที่มีมูลค่าคงตัวนี้เป็นสิ่งที่มองน่าดึงดูดเมื่อเทียบกับ Cryptocurrency อื่นๆที่มีความปั่นป่วน แต่ว่าอันที่จริงแล้วแนวความคิดสำหรับการสร้างสกุลเงินดิจิทัลที่มีมูลค่าคงตัวนั้นเกิดมานานแล้ว

Stablecoin เป็นอย่างไร?

Stablecoin เป็นเงินดิจิทัลต้นแบบหนึ่งที่จะมีมูลค่าที่พอๆกับหรือใกล้เคียงกับสกุลเงินที่ได้รับความนิยมในตอนนี้ ซึ่งโดยมากแล้วมันชอบถูกผลิตมาให้มีมูลค่าพอๆกับหรือใกล้เคียงกับเงินดอลลาร์ 1 หน่วย ซึ่งมันเกิดมาก่อนที่ Libra จะเปิดตัวเสียอีก ในขณะนี้พวกเรามี Stablecoin ล้นหลามหลายอย่าง ไม่ว่าจะ USDT USDC DAI TUSD ซึ่งเป็นเหรียญ Stablecoin ที่มีการใช้งานจริงอยู่ในตลาดในตอนนี้

คุณลักษณะที่เหนือกว่าเงินกระดาษ

Stablecoin นั้นเป็น Cryptocurrency แบบหนึ่งซึ่งมันมีคุณลักษณะที่เป็นดิจิทัลโดยเหตุนี้ในทางการโยกย้ายมันเหนือกว่าเงินกระดาษรวมถึงการโอนเงินผ่าน Mobile banking เนื่องจากในระบบ Mobile Banking นั้นเงินของพวกเราจะอยู่ที่ตัวกลางอย่างแบงค์ถ้าหากระบบแบงค์ติดขัดก็ไม่สามารถที่จะทำธุรกรรมได้ในเวลาที่ Stablecoin ที่เป็น Cryptocurreny นั้นเมื่อมันอยู่ใน Wallet ของพวกเรา พวกเราจะโอนมันเมื่อไรก็ได้ ยิ่งกว่านั้นการที่พวกเราจะพัฒนาโปรแกรมหรือคำบัญชาลงไปให้ Stablecoin ดำเนินงานในคำบัญชาที่สลับซับซ้อนหรือผ่าน Smart contract ก็ทำเป็นเหมือนกัน

Stablecoin น่าไว้ใจมากแค่ไหน

สิ่งที่น่าดึงดูดก็การที่รัฐบาลจะสามารถสร้างสกุลเงินที่น่าไว้ใจนั้นควรมีวิธีการที่มากมาย แล้ว Stablecoin พวกนี้ทำเป็นเช่นไร ซึ่งการที่จะตอบปัญหาว่า Stablecoin พวกนี้มีความน่าไว้ใจแค่ไหนนั้นพวกเราก็จะต้องไปดูสำหรับในการสร้างมันดังต่อไปนี้

Fiat Colletaral Stablecoin

ต้นแบบแรกสำหรับเพื่อการสร้าง Stablecoin นั้นเป็นแนวทางที่เป็นที่ชื่นชอบที่สุดในตอนนี้เป็นการนำสกุลเงินที่มีอยู่ในตอนนี้มาสร้างเป็น Reserve หรือเอาเงินมากมายองแล้วสร้าง Cryptocurrency ที่กล่าวถึงว่ามันมีมูลค่ารองรับจาก Reserve พวกนี้ มันเป็นกรรมวิธีการที่ง่ายทำเป็นเร็วทันใจแต่ว่าข้อผิดพลาดเป็นความน่าไว้ใจของ Stablecoin นั้นก็ขึ้นอยู่กับว่าตัวกลางตัวนั้นว่าจะเชื่อถือได้มากแค่ไหน ดังเช่น

USDT หรือ Tether ที่เป็น Stablecoin ที่มีมูลค่าชั้น 1 ของตลาด Crypto รวมทั้งการใช้แรงงานที่แพร่หลายโดย USDT ที่ผลิตออกมานั้นจะอ้างอิงกับ Tether Reserve
TUSD เป็นอีก Stablecoin ที่มีแนวความคิดลักษณะเดียวกันกับ USDT แต่ว่าจุดที่แตกต่างเป็นเงินที่สำรองไว้นั้นจะถูกเก็บโดยแบงค์หรือบริษัทจำนวนมากที่มีความน่าวางใจ เมื่อมีคำบัญชาค้าขาย คำบัญชาจะถูกส่งมายังตัวกลางรวมทั้งตัวกลางจะส่ง Signal ให้ Smartcontract ดำเนินงานอย่างอัตโนมัติ
Gemini รวมทั้ง Paxos เป็น Stablecoin ที่ได้รับการรอคอยงรับจาก NYDFS ซึ่งเป็น Stablecoin ที่มีการควบคุมดูแลจากหน่วยงานรัฐบาลของอเมริกาอย่างแม่นยำ

Everex คืออะไร ?

EVX เป็นโทเค็นของทางระบบ Everex ซึ่งกล่าวได้ว่าเป็นส่วนที่สำคัญอย่างนึงของระบบเลยก็ได้ โดยโทเค็นตัวนี้เปรียบเหมือนใบผ่านทางในการเข้ารับบริการต่างๆจากทาง Everex ซึ่งโทเค็นนี้จะสามารถใช้งานได้ 3 ต้นแบบร่วมกัน เป็นต้นว่า เป็นค่าธรรมเนียมสำหรับในการใช้บริการต่างๆ

ภายหลังที่ราคาของเหรียญดังที่ได้กล่าวมาแล้วข้างต้นพุ่งมากยิ่งขึ้นว่า 200% ด้านในไม่กี่วัน

กระทั่งทำให้หลายคนจำเป็นต้องหันมามองดูมันอย่างเป็นจริงเป็นจัง แม้ว่าที่ผ่านมามันเป็นเพียงเหรียญ altcoin ตัวหนึ่ง ที่อยู่ชั้นที่ 300 กว่าของโลกแค่นั้น กระทั่งปัจจุบันนั้นมันได้ขยับมาชั้นที่ 136 ของโลกแล้ว และก็บางครั้งอาจจะขยับขึ้น Top 100 ในเร็วๆนี้ ปริศนาเป็น เหรียญดังที่ได้กล่าวผ่านมาแล้วเป็นยังไง และก็คุณควรจะลงทุนกับมันอย่างเอาจริงเอาจังไหม

#1 – Everex เป็นยังไง ?
Everex – แนวทางฐานราก
การโอนเงินผ่านประเทศนั้นยังคงเป็นความท้าทางด้านการเงินอยู่กระทั่งในปัจจบันนี้ ทั้งยังจะต้องอาศัยเวลาแล้วก็เงินลงทุนเยอะพอควรสำหรับในการปฏิบัติงานอีกด้วย
Everex นั้นเป็นระบบแพลตฟอร์มการจ่ายเงินระหว่างบุคคลถึงอีกบุคคลหนึ่งซึ่งมีเป้าหมายสำหรับเพื่อการปฏิบัติการเป็นการแก้ปัญหาตามที่ได้กล่าวไปแล้วตามข้างต้น โดยแพลตฟอร์มดังที่กล่าวถึงแล้วนั้นเป็นการอำนวนความสบายให้ผู้รับบริการสามารถดำเนินธุรกรรมผ่านประเทศรวมทั้งการจ่ายเงินรายย่อยผ่านระบบเน็ตเวิร์กเทคโนโลยี Blockchain ได้
การจัดการของบริษัทนั้นปรารถนาที่จะสร้างระบบที่มีความรวดเร็ว โปร่งใส ราคาไม่แพงรวมทั้งมีความปลอดภัยสำหรับเพื่อการดำเนินธุรกรรมการจ่ายเงินผ่านประเทศซึ่งมีความง่ายสุดๆมากยิ่งขึ้น เป้าหมายหลักของทางบริษัทนั้นเป็นการมีส่วนร่วมในการพัฒนาระบบรวมทั้งระเบียบวิธีของการจ่ายเงินที่ใช้อยู่ในขณะนี้ด้วยผลิตภัณฑ์ใหม่ๆของทางบริษัทดังเช่น Chainy, Cryptocash, Ethplorer, แล้วก็ Everex Wallet.
การพัฒนาของบริษัท Everex
Everex นั้นจัดตั้งโดยนาย Alexi Lan ซึ่งเป็นทั้งยังนักธุรกิจในธุรกิจเทคโนโลยีด้านการเงินแล้วก็นักลงทุน เขามีประสบการณ์กว่า 15 ปี ในด้านตลาดทุน
Lane ยังได้มีประสบการณ์การทำงานเฉพาะภายในด้านการพัฒนาด้านเทคโนโลยี Blockchain และก็บริการทางด้านการเงินถึงสองปี
นาย Alexi นั้นยังเคยมีประสบการณ์ดำเนินงานในบริษัททางด้านการเงินระดับนานาชาติ Morgan Stanley ในด้านตลาดทุนและก็อุตสาหกรรมทางด้านการเงินถึง 15 ปีกลายที่จะมาก่อตั้งสตาร์ทอัพดัโลภล่าว
#2 –คุณประโยชน์ที่กำลังจะได้จาก Everex เป็นยังไง

เทคโนโลยีของทางบริษัท Everex

เทคโนโลยีของทางบริษัท Everex นั้นได้ถูกทำขึ้นโดยมีสามสินค้าสำคัญๆของ Everexเป็นEthplorer, Wallet, ซึ่ง Ethplorer นั้นเป็น token explorer สำหรับเหรียญ Ethereum ซึ่งมีวิธีการเรียกใช้โปรแกรมแบบเปิด (open API) ถัดมาเป็น wallet ของทาง Everex

ซึ่งเป็นบริการที่อำนวยความสะดวกให้ผู้ใช้สามารถที่จะซื้อขายแลกเปลี่ยน เก็บ โอนถ่าย รวมทั้งค้าขายสกุลเงินสกุล fiat รวมทั้งเงินสกุลอื่นๆผ่านระบบเน็ตเวิร์ก Blockchain ของทางบริษัทได้อีกด้วย สินค้าในที่สุดเป็น Chainy ซึ่งเป็นโปรแกรมคอมพิวเตอร์ระบบจัดแจงข้อมูลเอกสารแบบข้อตกลงอัจฉริยะหรือ smart contract ซึ่งมีความปลอดภัยสูงบนฐานของ Ethereum

โดยแก่นของการวางระบบเทคโนโลยีดังที่กล่าวมาแล้วแล้วทีนี้คือเทคโนโลยีกระบวนการทำให้เป็นสกุลเงินดิจิทัลหรือ tokenisation การที่บริษัทได้กระทำการเปลี่ยนสกุลเงินในพื้นที่ไปสู่สกุลเงิน Fiat

แบบดิจิทัลนั้นทำหน้าหน้าที่เป็นเสมอเหมือนสะพานเชื่อมต่อระหว่างสกุลเงิน Fiat และก็สกุลเงินคริปโต สกุลเงิน Fiat แบบดิจิทัลนั้นได้ดำเนินงานโดยอาศัยระบบข้อตกลงอัจฉริยะหรือ smart contracts ซึ่งเป็นการขจัดปัญหาความเปลี่ยนแปลงไม่แน่นอนตามธรรมชาติของสกุลเงินคริปโต

ทางบริษัท Everex ได้ดำเนิการร่วมกับ Cryptocash ซึ่งเป็นบริษัทเงินทุนสำรองในลักษณะของเหรียญที่มีความผันแปรต่ำหรือ Stablecoin ที่ทุกหน่วยของเหรียญนั้นแปรผันโดยตรงกับสกุลเงิน Fiat ดังนี้ผู้ใช้งานนั้นจะสามารถทำงานได้โดยอาศัยบริการของทางบริษัทสำหรับเพื่อการแลกเงินสดเป็นเงินดิจิทัลในรูปของ Cryptocash ได้ในแบงค์ในพื้นที่และก็ยังสามารถใช้เงินดังที่ได้กล่าวมาแล้วข้างต้นผ่าน Wallet ในโทรศัพท์มือถือหรือคอมพิวเตอร์บนระบบเน็ตเวิร์กระหว่างบุคคลหรือ P2P network ฉะนั้นสกุลเงินคริปโตดังที่กล่าวถึงแล้วก็เลยช่วยทำให้บริษัท Everex สามารถให้บริการกู้ยืมเงินรายย่อยโดยไม่มีต้นสายปลายเหตุด้านความปั่นป่วนซึ่งชอบเกิดขึ้นกับสกุลเงินคริปโตแบบเริ่มแรกได้

แพลตฟอร์มดังที่กล่าวมาแล้วได้ปฏิบัติการบนสถาปัตยกรรมแบบ Service-Oriented Architecture (SOA) ซึ่งประกอบไปด้วยส่วนประกอบสองส่วน เป็นส่วนของระบบทางบริษัท Everex รวมทั้งส่วนของ Blockchain โดยทั้งคู่ส่วนนี้ได้สนองตอบต่อแผนการที่ต่างกันระหว่างการดำเนินงานกับระบบ Blockchain อื่นๆและก็ระบบการโยกย้ายทุน (Capital Tranfer System)

ความเป็นมาเหรียญ WAN

Wanchain เป็นอย่างไร?

PROJECT

Wanchain นั้นเป็น platform ด้านการเงินแบบกระจายอิทธิพล โดยสามารถส่ง digital asset หากันได้ต่อให้ต่าง Blockchain เป็นต้นว่า bitcoin blockchain , Ethereme Blockchain หรือ chain ใดๆก็ตาม
แล้วก็โดยรวมไปถึงการ Unbanked ( Unbanked ก็คือการปลดเอกแบงค์นั้นเอง ในที่นี้เป็นบางบุคคลบางทีอาจติดหนี้ติดสินเสีย NPL ไหมมี Credit จากทางแบงค์ หรือบางบุคคลไม่สามารถที่จะเข้าถึงสถาบันการเงินได้ Wanchain ก็จะเข้ามาจัดการกับปัญหานี้ ตรงที่เป็นตัวกึ่งกลางระหว่างคุณกับที่ประชุมบันการคลัง

สำหรับตัว Wanchain coin หรือ WAN นั้น utility สำคัญๆเป็นเป็น Process fee ก็คือค่าปฏิบัติการสำหรับ Wancahin transaction หรือ Cross-chain transaction (กล้วยๆเป็นยิ่งมี transaction บน Wanchain มากมายเยอะแค่ไหน ราคาของ Wan ก็จะยิ่งสูงขึ้นตาม)
สำหรับ competitor หรือคู่ต่อสู้นั้น
1.Ripple = 
สำหรับ Ripple นั้นเป็นต่อมากมายใน sector นี้โดยได้อีกทั้ง first mover adventage อีกทั้ง partnership โดย scale ระดับ Ripple โน่นบางทีอาจมิได้ focus มาทาง South-east Asia แม้กระนั้นแน่ๆว่านี้เป็น Apple ของแวดวง cross broader payments นั้นเอง โดยที่ไม่มี Sumsang เป็นคู่แข่งขัน (เห็นภาพไหมครับผม)
2.Omisego 
เหรียญที่ได้รับความนิยมของชาวไทย ด้วยเป็น Project ที่ Promising มากมายเดี๋ยวนี้ครอบครองชั้นที่ 27 ตาม coinmarket cap รวมทั้งจะ focus ทางด้านภูมิภาคนี้เป็นหลัก แม้กระนั้นหลายอย่างก็ delay มาเรื่อยจนถึงมี holder ผู้คนจำนวนมากรู้สึก ไม่ชอบใจสำหรับเพื่อการทำนี้
3.Everex 
อีกเหรียญนึงที่ได้ list บนบอร์ด Bx ซึ่ง ตอนการล้มสลายของ Crypto นั้นหลายข้างเห็นว่านี้เป็น Scam แต่แล้วเมื่อตอนปี 2019 Everex นั้นมีข่าวดีล้นหลามจนกระทั่งกลับมาเป็นที่นิยมอีกที
4.Bezant 
ตัวนี้แอดมิได้ตามเลยแต่ว่าเท่าที่ทราบเป็นเจาะตลาดทางฝั่งประเทศเกาหลีเป็นหลัก

OmiseGo เหรียญดิจิตอลเชื้อชาติไทย

OmiseGo เหรียญดิจิตอลเชื้อชาติไทย

กระแสการลงทุนในเงินดิจิตอล (Cryptocurrency) ยังคงเป็นใจความสำคัญให้พวกเรากล่าวถึงกันอย่างสม่ำเสมอในตอนก่อนหน้าที่ผ่านมา วันนี้พวกเราจะมาทำความรู้จักกับบริษัท Omise สตาร์ทอัพสาย Fintech ชนชาติไทย ที่กำลังโลดแล่นอยู่ในในขณะนั้น
คำว่า Omise (อ่านว่า โอ-ไม่-เซะ) มีความหมายว่า “ร้านขายของ” ในภาษาประเทศญี่ปุ่น

จุดกำเนิดของบริษัท Omise ได้เกิดขึ้นในปี 2013 โดยคุณดอน (อิศราดร หะริณสุต) แล้วก็ คุณจุน ฮาเซกาวา ที่มีแนวความคิดสำหรับเพื่อการทำธุรกิจเว็บขายสินค้าอีคอมเมิร์ซทั่วๆไป แต่ว่าเมื่อทำธุรกิจไปได้ระยะหนึ่ง ได้มองเห็นช่องทางสำหรับการเติบโตทางธุรกิจว่าระบบการจ่ายเงินออนไลน์เวลานี้ยังมีปัญหาอยู่มากมาย เป็นต้นว่า ลูกค้าไม่อาจจะชำระเงินผ่านทางโทรคำศัพท์โทรศัพท์เคลื่อนที่ได้ ก็เลยได้ผันตนเองมาเป็นผู้ให้บริการระบบจ่ายเงินเต็มต้นแบบในตอนนี้

ปัจจุบันนี้บริษัท Omise มีธุรกิจสำคัญๆเป็น บริการจ่ายเงินด้วยบัตรเดบิต/เครดิต, กระเป๋าเงิน E-Wallet, บริการ Internet Banking รวมทั้งบริการระบบ Payment สำหรับลูกค้าหน่วยงาน
ตั้งแต่เริ่มริเริ่มตั้งขึ้นบริษัท Omise ได้มีการเปิดระดมทุนจากนักลงทุน VC (Venture Capital) ทั้งผอง 4 ครั้ง รวมทั้งการระดมทุนแบบ ICO (Initial Coin Offering) 1 ครั้ง ดังต่อไปนี้
ปี 2014 ได้รับเงินทุน $300,000 หรือโดยประมาณ 10 ล้านบาทในรอบ Seed Funding ซึ่งเป็นรอบการระดมทุนของบริษัทที่เพิ่งจะคิดไอเดียสำหรับในการทำธุรกิจออก
ปี 2015 ได้รับเงินทุน $2,600,000 หรือโดยประมาณ 86 ล้านบาทในรอบ Series A ที่เป็นรอบการระดมทุนในการขยายบริษัทเพื่อชิงฐานลูกค้าให้มากเพิ่มขึ้น
ปี 2015 ในปีเดียวกันได้รับการระดมทุนจาก Golden Gate Ventures ที่เป็นบริษัท VC จากประเทศสิงคโปร์ ในรอบ Series B ซึ่งเป็นรอบการระดมทุนเพื่อเป็นการขยายกิจการไปสู่ระดับประเทศหรือระดับภูมิภาค โดยมิได้เผยถึงจำนวนเงินลงทุนในคราวนี้
ปี 2016 ได้รับเงินทุน $17,500,000 หรือโดยประมาณ 581 ล้านบาทในรอบ Series B จาก SBI Asset Management ที่เป็นนักลงทุนหลัก
ปี 2017 บริษัท Omise ได้เปิดระดมทุนแบบ ICO ผ่านแนวทางการขายเหรียญ OmiseGO ได้เงินไปทั้งนั้น $25,000,000 หรือราวๆ 875 ล้านบาท
อันดับแรกพวกเราจะมาทำความเข้าใจกันว่า ICO เป็นอย่างไร?
การระดมทุนแบบ ICOเป็นต้นแบบการระดมทุนของเหล่า Startup ที่ทำธุรกิจสาย Fintech นิยมใช้กันในตอนก่อนหน้านี้ที่ผ่านมา ผ่านแนวทางการขายเหรียญเงินดิจิตอลที่ตนเองทำขึ้นให้กับนักลงทุนทั่วๆไป ซึ่งส่วนมากแล้วจะอยู่บนโครงข่ายของ Ethereum ที่อนุญาตให้ทุกคนสามารถพัฒนาโปรแกรมสร้างสกุลเงินใหม่ขึ้นมาบน Ethereum อีกชั้นยอดได้ (ERC-20 Token)
การระดมทุน ICO ของบริษัท Omise นั้นได้สร้างเหรียญ “OmiseGO” (คำย่อ: OMG) มาขายให้กับเหล่านักลงทุน ซึ่งได้ถูกผลิตขึ้นมาเป็นปริมาณทั้งผอง 140,245,398 เหรียญ แบ่งได้ 4 ส่วน เป็น
1. ขายให้นักลงทุนทั่วๆไป 65.1% หรือคิดเป็น 91,299,754 เหรียญ
2. แบ่งสำรองเก็บไว้ 20% หรือคิดเป็น 28,049,080 เหรียญ
3. แจกให้กลุ่มผู้พัฒนาเหรียญ 9.9% หรือคิดเป็น 13,884,294 เหรียญ
4. แจกให้กับบัญชี Ethereum ทุกบัญชีที่มีเงิน ETH มากยิ่งกว่า 0.1 เหรียญ 5% หรือคิดเป็น 7,012,270 เหรียญ
ราคา OmiseGO 1 เหรียญในวันนี้ (27 ส.ค. 2017) แพงอยู่ที่ 269 บาท จากราคาค้าขายวันแรก (14 ก.ค. 2017) ที่ราคา 17 บาทต่อ 1 เหรียญ
ซึ่งแปลว่า..ถ้าพวกเราซื้อ OmiseGO เป็นจำนวนเงิน 1,000,000 บาทในเดือนที่ผ่านมา วันนี้พวกเราจะมีเงิน 15,823,529 บาท หรือผลกำไรเกือบจะ 16 เท่า..
หมายเหตุ ราคาของเงินดิจิตอลมีความเปลี่ยนแปลงสูง ซึ่งแปลว่าบางทีอาจได้กำไรรวมทั้งขาดทุนได้เช่นเดียวกัน โปรดศึกษาเล่าเรียนข้อมูลให้ถี่ถ้วน เนื้อหานี้เป็นการให้ข้อมูล มิได้ชี้ทางให้ไปซื้อเงินดิจิตอลอะไร

Bitcoin Cash (BCH) คืออะไร?

Bitcoin Cash (BCH) เป็นอย่างไร?

Bitcoin Cash หรือเรียกชื่อสกุลเหรียญอย่างย่อว่า BCH เป็นเหรียญสกุลดิจิทัลที่เกิดขึ้นจากการ Hard Fork มาจากเหรียญ Bitcoin (BTC) โดยการ Hard Fork เป็นการแบ่งโครงข่าย แล้วก็สร้าง Blockchain ขึ้นมาใหม่

ที่แยกออกมาจากระบบของเหรียญ Bitcoin (BTC) นั่นเอง Blockchain ที่แยกออกมาใหม่เป็นการแยกออกมาจาก Blockchain ต้นฉบับของ Bitcoin (BTC) โดยลักษณะของบล็อกจะมีลักษณะที่เช่นกันต่างเพียงของ Bitcoin Cash จะมีการแยกเกิดขึ้นในคราวหลังเพื่อแยกไปทั้งคู่โครงข่ายที่อยู่อย่างอิสระ

นี่ก็เลยเป็นต้นเหตุที่ทำให้ Bitcoin Cash ไม่เหมือนกับเหรียญ Bitcoin แล้วก็แยกตัวออกมาจาก Bitcoin เพราะว่าพักหลังมานี้เหรียญ Bitcoin มีการทำธุรกรรมบนระบบ Blockchain ที่ออกจะนานสำหรับเพื่อการพิจารณา

เพราะว่าข้อจำกัดของบล็อกที่มีขนาดเพียงแต่ 1 MB ขณะที่ Bitcoin Cash ได้เพิ่มขนาดบล็อกเป็น 8 MB ทำให้สามารถประเมินผลสำหรับในการวิเคราะห์ธุรกรรมได้เร็วกว่าเป็นหลายเท่า ก็เลยทำให้ Bitcoin Cash (BCH) มีการจ่ายเงินเร็วขึ้นรวมทั้งค่าธรรมเนียมที่ต่ำกว่านั่นเอง

Bitcoin Cash สกุลเงินที่ ‘คณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์’ ที่เมืองไทย อนุญาตให้ทำซื้อ – ขายได้

ความเด่นของ Bitcoin Cashเป็นเป็นสกุลเงินยอดนิยม ซึ่งมีการปรับปรุงออกมาจาก Bitcoin เหตุเพราะอยากจัดการกับปัญหาสกุลเงินที่มีค่าโอนถูกลง ถ้าเกิดแม้กระนั้นสามารถโอนได้อย่างเร็วเยอะขึ้นเรื่อยๆ

ก็เลยมีการสร้างสกุลเงินใหม่ในปี 2017 ใช้เวลาเพียงแต่ช่วงเวลาหนึ่งเพียงแค่นั้น Bitcoin Cash ก็ได้รับผลตอบรับในทางบวก แล้วก็ได้รับบรรลุผลสำเร็จอย่างยิ่ง กระทั่งแปลงเป็นเงินดิจิทัลที่มาแรงแซงทางโค้ง ทั้งยังยังมีมูลค่าตลาดสูงติดอันดับต้นๆของโลก ในปี 2018 Bitcoin Cash มีมูลค่าตลาดมากถึง 4.5 แสนล้านบาท

สกุลเงิน BCH เป็นยังไง ?
Posted on August 25, 2019 by admin0
BCHเป็นสกุลเงินดิจิตอลชนิดหนึ่ง ย่อมาจากชื่อจริงๆว่า ‘Bitcoin Cash’ เกิดขึ้นในสิงหาคม 2017 โดยเกิดขึ้นได้เพราะมีสาเหตุเนื่องมาจากการ ‘Hard fork’ ของ Bitcoin ที่กระตุ้นให้เกิด Blockchain ทั้งยังส่งผลให้กำเนิดสกุลเงิน Crypto ตัวใหม่ขึ้นมา ปัญหาเป็นเพราะเหตุใดก็เลยควรจะมีการ Hard fork ? Bitcoin มีข้อเสียที่ไหน ?

‘Bitcoin Cash’ เป็นร่างแยกของ ‘Bitcoin’

ในตอนเกิดมาแรกๆลักษณะการทำงานของ Bitcoin มีความเร็วในระดับน่าพึงพอใจ เนื่องด้วยยังไม่มีกระบวนการทำธุรกรรมเยอะแค่ไหนนัก ถ้าเกิดแม้กระนั้นถัดมาเมื่อ ‘Bitcoin’ เป็นที่นิยมมากยิ่งขึ้น ทำให้การทำงานช้าลงตามไปด้วย ปี 2017 เกิดเหตุการณ์รุนแรง ที่ผู้ใช้งานจะต้องรอนานถึง 3 วัน

เพื่อคอยการพิจารณาการโอนถ่าย Bitcoin โดยมีแนวทางหนึ่งที่จะทำให้การถ่ายโอนเร็วขึ้น ซึ่งก็คือ การจ่ายค่าธรรมเนียมการโอนให้เยอะขึ้น ถ้าแต่ว่าอย่างไรก็ดี สิ่งกลุ่มนี้ก็เป็นการขัดกับวัตถุประสงค์ที่ทำให้มีสกุลเงินนี้ขึ้นมาตั้งแต่ต้น ยกตัวอย่างให้เห็นภาพ ถ้าหากคุณอยากซื้อน้ำยาปรับผ้านุ่ม ในราคา 4 ดอลลาร์ ถ้าหากแต่ว่าคุณกลับจะต้องจ่ายค่าธรรมเนียมสูงถึง 16 ดอลลาร์ ปัญหาเป็นผู้ใดจะจ่าย ? ด้วยเหตุผลดังกล่าวก็เลยมีการแนะนำทางออก 2 ประการที่จะเข้ามาขจัดปัญหาตรงจุดนี้ ซึ่งมันก็คือ Bitcoin Unlimited และก็ Segregated Witness นั่นเอง