Bitcoin Cash (BCH) คืออะไร?

Bitcoin Cash (BCH) เป็นอย่างไร?

Bitcoin Cash หรือเรียกชื่อสกุลเหรียญอย่างย่อว่า BCH เป็นเหรียญสกุลดิจิทัลที่เกิดขึ้นจากการ Hard Fork มาจากเหรียญ Bitcoin (BTC) โดยการ Hard Fork เป็นการแบ่งโครงข่าย แล้วก็สร้าง Blockchain ขึ้นมาใหม่

ที่แยกออกมาจากระบบของเหรียญ Bitcoin (BTC) นั่นเอง Blockchain ที่แยกออกมาใหม่เป็นการแยกออกมาจาก Blockchain ต้นฉบับของ Bitcoin (BTC) โดยลักษณะของบล็อกจะมีลักษณะที่เช่นกันต่างเพียงของ Bitcoin Cash จะมีการแยกเกิดขึ้นในคราวหลังเพื่อแยกไปทั้งคู่โครงข่ายที่อยู่อย่างอิสระ

นี่ก็เลยเป็นต้นเหตุที่ทำให้ Bitcoin Cash ไม่เหมือนกับเหรียญ Bitcoin แล้วก็แยกตัวออกมาจาก Bitcoin เพราะว่าพักหลังมานี้เหรียญ Bitcoin มีการทำธุรกรรมบนระบบ Blockchain ที่ออกจะนานสำหรับเพื่อการพิจารณา

เพราะว่าข้อจำกัดของบล็อกที่มีขนาดเพียงแต่ 1 MB ขณะที่ Bitcoin Cash ได้เพิ่มขนาดบล็อกเป็น 8 MB ทำให้สามารถประเมินผลสำหรับในการวิเคราะห์ธุรกรรมได้เร็วกว่าเป็นหลายเท่า ก็เลยทำให้ Bitcoin Cash (BCH) มีการจ่ายเงินเร็วขึ้นรวมทั้งค่าธรรมเนียมที่ต่ำกว่านั่นเอง

Bitcoin Cash สกุลเงินที่ ‘คณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์’ ที่เมืองไทย อนุญาตให้ทำซื้อ – ขายได้

ความเด่นของ Bitcoin Cashเป็นเป็นสกุลเงินยอดนิยม ซึ่งมีการปรับปรุงออกมาจาก Bitcoin เหตุเพราะอยากจัดการกับปัญหาสกุลเงินที่มีค่าโอนถูกลง ถ้าเกิดแม้กระนั้นสามารถโอนได้อย่างเร็วเยอะขึ้นเรื่อยๆ

ก็เลยมีการสร้างสกุลเงินใหม่ในปี 2017 ใช้เวลาเพียงแต่ช่วงเวลาหนึ่งเพียงแค่นั้น Bitcoin Cash ก็ได้รับผลตอบรับในทางบวก แล้วก็ได้รับบรรลุผลสำเร็จอย่างยิ่ง กระทั่งแปลงเป็นเงินดิจิทัลที่มาแรงแซงทางโค้ง ทั้งยังยังมีมูลค่าตลาดสูงติดอันดับต้นๆของโลก ในปี 2018 Bitcoin Cash มีมูลค่าตลาดมากถึง 4.5 แสนล้านบาท

สกุลเงิน BCH เป็นยังไง ?
Posted on August 25, 2019 by admin0
BCHเป็นสกุลเงินดิจิตอลชนิดหนึ่ง ย่อมาจากชื่อจริงๆว่า ‘Bitcoin Cash’ เกิดขึ้นในสิงหาคม 2017 โดยเกิดขึ้นได้เพราะมีสาเหตุเนื่องมาจากการ ‘Hard fork’ ของ Bitcoin ที่กระตุ้นให้เกิด Blockchain ทั้งยังส่งผลให้กำเนิดสกุลเงิน Crypto ตัวใหม่ขึ้นมา ปัญหาเป็นเพราะเหตุใดก็เลยควรจะมีการ Hard fork ? Bitcoin มีข้อเสียที่ไหน ?

‘Bitcoin Cash’ เป็นร่างแยกของ ‘Bitcoin’

ในตอนเกิดมาแรกๆลักษณะการทำงานของ Bitcoin มีความเร็วในระดับน่าพึงพอใจ เนื่องด้วยยังไม่มีกระบวนการทำธุรกรรมเยอะแค่ไหนนัก ถ้าเกิดแม้กระนั้นถัดมาเมื่อ ‘Bitcoin’ เป็นที่นิยมมากยิ่งขึ้น ทำให้การทำงานช้าลงตามไปด้วย ปี 2017 เกิดเหตุการณ์รุนแรง ที่ผู้ใช้งานจะต้องรอนานถึง 3 วัน

เพื่อคอยการพิจารณาการโอนถ่าย Bitcoin โดยมีแนวทางหนึ่งที่จะทำให้การถ่ายโอนเร็วขึ้น ซึ่งก็คือ การจ่ายค่าธรรมเนียมการโอนให้เยอะขึ้น ถ้าแต่ว่าอย่างไรก็ดี สิ่งกลุ่มนี้ก็เป็นการขัดกับวัตถุประสงค์ที่ทำให้มีสกุลเงินนี้ขึ้นมาตั้งแต่ต้น ยกตัวอย่างให้เห็นภาพ ถ้าหากคุณอยากซื้อน้ำยาปรับผ้านุ่ม ในราคา 4 ดอลลาร์ ถ้าหากแต่ว่าคุณกลับจะต้องจ่ายค่าธรรมเนียมสูงถึง 16 ดอลลาร์ ปัญหาเป็นผู้ใดจะจ่าย ? ด้วยเหตุผลดังกล่าวก็เลยมีการแนะนำทางออก 2 ประการที่จะเข้ามาขจัดปัญหาตรงจุดนี้ ซึ่งมันก็คือ Bitcoin Unlimited และก็ Segregated Witness นั่นเอง